หลงสเน่ห์หลีเป๊ะซะแล้ว -2- จบ*-*

February 1st, 2010 - 
Tags:

วันที่ 1 ม.ค. 53 วันนี้จะไปดำน้ำค่า น้ำ ค่อนข้างแรงมากๆเลยค่ะวันนี้
ที่จะไปก็มี เกาะยาง เกาะหินงาม เกาะอาดัง-ราวี(หาดทรายขาว)
แล้วก็ร่องน้ำจาบังค่ะ (จำไม่ค่อยได้เลย เมามันมากกะการดำน้ำ 555)
โดยการนั่งเรือหางยาวออกไปค่ะ

เรือเราก็สบายๆนะ ไกด์ 1 คน แล้วสมาชิก 5 คนเอง สบายๆค่ะ



เรือประมงค่ะ จอดลอยลำอยู่บนทะเล

ไม่ได้ถ่ายตอนดำน้ำ 2 ที่แรกเลยค่ะ เพราะลงไปดำน้ำกันทั้งแกงค์เลย
อยากบอกว่าสวยมากๆ เห็นปลาว่ายรอบตัวเลย

เราว่ายน้ำไม่เก่ง ก็เกาะห่วงยางคุณไกด์ไปค่ะ อิอิ ให้เขาลากไปเรื่อยๆ

แล้วก็มาแวะเกาะหินงาม หินสวยมากเลย

แต่เดินแล้วเจ็บเท้าเหมือนกัน

รูปพวกนี้ให้คนอื่นถ่ายค่ะ อิอิ เราไม่ยอมเดินหรอก อิอิ (เรื่องของเรื่องคือกลัวล้มหัวปักหินอะค่ะ ซุ่มซ่ามได้โล่)


ขึ้นเรือ ไปต่อที่เกาะราวี เพื่อแวะทานข้าวกล่อง อาหารกล่องเป็นข้าวกะไก่กระเทียม
แถมพี่ไกด์สั่งปลาหมึกทอดกระเทียมมาให้ทานด้วย อร่อยๆ + ผลไม้อีก

หาดทรายขาว ขาวสมชื่อ แต่วุ่นวายนิดๆ เพราะคนแวะกินข้าวกันที่นี่หมด
มีห้องน้ำ มีน้ำจืดให้อาบ อะไรทำนองนี้อะค่ะ



ไปดำน้ำต่อที่เกาะอาดังค่า

คราวนี้ เราไม่ได้ลง (เลยหยิบกล้องมาแอบถ่ายเพื่อนแทน) อิอิ

เกาะอาดังเสร็จ คุณไกด์ก็บอกพี่กัปตันให้เร่งสปีด เพื่อจะไปร่องน้ำจาบัง
วันนั้นน้ำขึ้น + น้ำค่อนข้างแรง คุณไกด์กลัวจะลงดำน้ำตรงร่องน้ำไม่ได้
สรุปไปถึงเรือลำแรกๆเลยค่ะ มีเรือจอดอยู่ตรงนั้น 2ลำเอ๊งง เลยลงได้อย่างสบาย

จขกท ก็ได้ลงนะ แต่ว่า…ชูชีพหลุดค่ะ แถมยังปลิวไปกับกระแสน้ำอีก
(มือหลุดจากเชือกอ่า พี่ไกด์ไปตามเก็บมาได้ เหอๆ) >_<

แถมยังขาแข็งอีกต่างหาก (เหมือนจะเป็นตะคริว) เลยต้องปีนขึ้นเรือ
ไปรอเพื่อนแทน อดดูกันไป แต่น้ำแรงมากๆๆๆจริงๆ

เพื่อนบอกว่า สวยงามมาก ประทับจิตประทับใจเลยทีเดียว


เรือจอดแป๊บเดียว เรือลำอื่นมาจอดต่อกันตรึมเลย

พอดูเสร็จ ก็พอดีคนเยอะ รีบปีนขึ้นเรือกลับเกาะหลีเป๊

พอกลับจากร่องน้ำจาบัง พี่ไกด์ก็เล่าว่าหลังจากที่เราไป
ก็แทบจะลงไม่ได้แล้วเพราะน้ำเชี่ยว+แรงมาก จนไม่ปลอดภัย
สรุปเราเลยโชคดีกันมากๆที่ไปทัน (ปล.ยกเว้นเราคนเดียวในเรือที่ลงไปให้น้ำพัดเล่น -*-)

กลับมาอาบน้ำ กินข้าว ก็ออกมาเดินเล่นที่หาดทรายต่อค่า

ท้องฟ้าหลีเป๊ะ 31 – 1 – 2 ไม่เหมือกนันสักวันเดียว



แล้วก็ปิดวันก่อนนอนด้วยการไปกินโรตี ที่ Walking Street

วันต่อมา กินข้าวเช้าเสร็จ ก็มีแปลนว่าจะไปเดินเล่นรอบเกาะ เพราะเราพักอยู่ฝั่งหาดบันดาหยา
(หรือหาดพัทยา ที่เต็มไปด้วยบาร์สีๆ)
เลยอยากไปชมอีกฝั่ง พี่ไกด์ก็จัดให้ เพราะวันนี้น้ำแรง คลื่นลมแรง
ไม่เหมาะกะการออกไปดำน้ำที่เกาะรอบนอก

กระเป๋าที่คุณไกด์เอามาแจกให้คนละใบค่า

แจกตั้งแต่วันมาแล้วล่ะ :D

หาดตอนเช้าๆ เริ่มเงียบๆแล้วค่ะ วันที่ 2 ม.ค. 53 ไม่ค่อยคึกครื้นเท่าคืนวันที่ 31 ธ.ค. 52


เดินผ่าน Walking Street ไปสุดทาง ก็จะเป็นหาดซันไรซ์ หรือหาดชาวเล

มีคาเฟ่น่ารักแบบนี้ใน Walking Street ด้วยค่ะ

แวะซื้อน้ำปั่น ราคา50-60บาท

เดินไม่นาน ก็มาถึงฝั่งหาดซันไรซ์ หรือหาดชาวเลแล้วค่า
รีสอร์ทฝั่งนี้จะเป็นสไตล์เงียบๆมากกว่า
แล้วก็ไม่มีพวกร้านสีๆเหมือนหาดพัทยาเลย

น้ำสีสวยมากเลยค่า คลื่นลมแรงได้ที่ทีเดียว





แล้วก็เดินกลับ ผ่าน Walking Street อีกที

ไก่กอและ เจ้านี้…แอบไม่ผ่านง่ะ >_<

ร้านโรตี/น้่ำปั่น

แวะทานข้าวร้านนี้ค่า พี่ไกด์พามา รสชาติโอเคทีเดียว

ต่อด้วยโรตี (วันที่3ก็ยังกินโรตี อิอิ)

พอตอนดึกๆ ก็ออกมาชิลลลล์กัน นั่งจนดึก ก็กลับไปนอน :)

มาถึงวันกลับแล้ว T^T อำลาอาลัยหลีเป๊ะมากๆค่ะ

ตื่นแต่เช้ามากินข้าว แล้วก็ออกเดินเล่น น้ำลดเห็นปะการังโผล่ขึ้นมาเป็นหย่อมๆเลย
เห็นนีโมด้วยล่ะ :D


กินข้าวเสร็จก็มานั่งเรือหางยาว เพื่อไปต่อเรือสปีดโบทที่โป๊ะกลางทะเลค่ะ
บนโป๊ะ คนเยอะมากๆๆๆๆๆ
ถ้าไปช่วงเทศกาล ต้องกลับรอบ 10 โมงนะคะ
เพราะถ้าเลท ยังไงก็ยังมีรอบบ่าย
แต่ถ้าเลือกรอบบ่ายไว้ อาจจะพลาดอดกลับได้ค่ะ

ออกจากหลีเป๊ะ ต่อสปีดโบท กว่าจะมาถึงท่าเรือปากบาราก็บ่ายๆแล้วค่ะ นั่งไปง่วงไป ^^”

แล้วก็เอากระเป๋าฝากไว้กับรถตู้ ก่อนที่รถตู้จะไปปล่อยเราที่ตลาดกิมหยง เดินซื้อของกันค่า

แวะกินข้าวที่ตลาดกิมหยง ไม่รู้จะกินไรดี แต่ข้าวมันไก่ก็อร่อยดีนะ

เดินซื้่อหนมๆ

เดินได้แป๊บเดียวก็ขี้เกียจเดินละ เลยมานั่งรอรถที่ร้าน snack แถวๆนั้น
จนห้าโมงเย็นเขาก็มารับค่า

กลับกรุงเทพฯแล้ว

บ๊ายบาย หลีเป๊ะ

บ๊ายบายหาดใหญ่ ^^

Credits : Photo by Oakyman

หลงสเน่ห์หลีเป๊ะซะแล้ว -1- *-*

January 9th, 2010 - 
Tags:

Credits : Photo by Oakyman

ความเดิม http://littlebird.oakyman.com/2010/01/08/lipememories0/

รถถึงละงูเวลาประมาณ 9 โมงเช้าได้ (ไม่แน่ใจค่ะ)

คาดเดาจากเวลาเรือออก 10 โมง แล้วทางทัวร์ยังพอมีเวลาพาเราไปทานอาหารเช้ากัน

เมื่อยมาก
Photobucket

รถที่นั่งมา 10 กว่าชม. >_<

Photobucket

ลงรถมาก็ยืนรอทางทัวร์แป๊บนึงเอง เขาก็มาด้วย Honda สีขาว
เพื่อจะพาเราไปที่ท่าเรือปากบารา
Photobucket

ระหว่างทาง เขาพาเราไปทานอาหารเช้ากันนิดหน่อย
หลังจากแวะล้างหน้าล้่างตา
เป็นร้านขายอาหารเล็กๆข้างทาง
แต่คนที่มารับเราบอกว่าร้านนี้ขายดีมาก อาหารก็อร่อยจริงด้วยล่ะ

สั่งโรตีมาตั้งหลายอย่าง ที่ประทับใจไม่รู้ลืมคือ โรตีน้ำแกง จานนี้
เนื้อโรตีเหนียวนุ่ม จุ่มน้ำแกงมันๆหน่อย อร่อยโฮก ทานกะน้ำชาร้อนๆน่ะค่ะ :)
Photobucket

สักพัก ก็ไปยังท่าเรือ
Photobucket

ท่าเรือคนอย่างเยอะ พวกเขามารอลงเรือกัน
บ้างก็เรือเฟอร์รี่ บ้างก็เรือspeed boat แบบที่เรากำลังรอ
Photobucket

ต้องไปเอาบัตรรอเรือก่อนนะ แล้วเขาจะประกาศเรียก
บัตรสีชมพู สีฟ้า สีเขียว :)
Photobucket

รอนานมากกว่าจะได้ลงเรือ :( ก็คนเยอะแยะ เลยต้องรอกันหน่อย
ได้ลงสักที ใส่ชูชีพให้เรียบร้อย (ว่ายน้ำไม่เก่ง)
Photobucket

เขาบอกว่า นั่งไปหลีเป๊ะ 1ชมครึ่ง
ระหว่างทางก็จะแวะตะรุเตา แล้วก็มีแวะกินข้าวค่ะ
นั่งสักแป๊บ (นานเหมือนกัน) ก็ถึงตะรุเตา ที่เขาร่ำลือ
Photobucket

แต่ไม่ได้เดินเที่ยวเล่นเท่าไหร่เลย
ให้แวะ 10 นาที เข้าห้องน้ำ เดินกลับท่าเรือก็หมดเวลาแล้ว >_<

จริงๆพี่ไกด์บอกว่า ถ้าคนไม่เยอะ ก็จะแวะให้เที่ยวนานๆเลย

ตอนลงเรือ มีรอคนที่มาช้าด้วยล่ะ แต่สุดท้ายจนท.เรือก็ไม่รอ เพราะนานเกิ๊น
จะให้คน 40-50 คนมารอ 3 คน คงไม่ไหวล่ะนะ

จากตะรุเตา ก็ไปต่อที่เกาะไข่
Photobucket

หาดทรายขาวมากกกก สวยสุดบรรยาย

Photobucket

Photobucket

Photobucket
กะเพื่อนสาว

เขาว่าลอดช่องนี้จะรักนิรันดร์นะ :)
Photobucket

Photobucket

Photobucket

น้ำอย่างใส
Photobucket

กลับละ ขึ้นเรือไปหลีเป๊ะต่อค่า
Photobucket

นั่งเรือต่ออีกนานโขเลย เราก็มึนๆเวียนๆ
เพราะคนเยอะ อากาศร้อน อึดอัด ลมไม่flowเท่าไหร่
ใกล้ๆถึงเลยลุกยืนเลย ให้ลมโกรก
Photobucket

เห็นเกาะหลีเป๊ะไกลๆ

Photobucket

แต่ก่อนเข้าเกาะ ต้องไปเปลี่ยนเรือที่โป๊ะก่อน
ต้องเปลี่ยนเป็นเรือหางยาวก่อนน่ะค่ะ
Photobucket

ลงเรือ อันนี้พี่ไกด์ของเราเอง ชื่อ พี่เรน ^^
Photobucket
คอยอำนวยความสะดวกให้เราทั้งทริปเลย น่ารักมาก ดูแลกันดีมากๆค่ะ
ประทับใจ

หลีเป๊ะ สวย สมกับคำร่ำลือ
Photobucket

ลงเรือ เจ้าตัวนี้มาต้อนรับเลยเชียว
Photobucket

บันดาหยา รีสอร์ต ที่เราจะพักกัน 3 คืนนี้
Photobucket

อาหารมื้อแรก เนื่องจากมื้อแรกจริงๆต้องได้ทานที่เกาะอะค่ะ แต่เวลามันเลทมากๆ
มาถึงหลีเป๊ะ3-4โมงแล้ว (หิวโซ)
อาหารกล่องเลยกลายเป็นอาหารจานเดียวร้อนๆจากรีสอร์ตเลย
(ประทับใจจัง) สั่งไปคนละจาน
Photobucket

กินเสร็จก็แจกกุญแจห้อง 2 ห้องค่า
Photobucket

ไปที่ห้องพัก ทางเดินเย็นๆ ร่มรืนดี
Photobucket

ห้องพักที่เลือกไว้เป็นห้องพัดลม …
ซึ่งมันเหมือนปิดมานานมาก อบ อ้าว ไม่ไหวสุดๆ พัดลมก็ม่ายมีแรงเป่า -_-”
Photobucket

ตามราคา …
Photobucket

Photobucket

ห้องน้ำน้ำไหลโอเคค่ะ แต่ทนไม่ได้คือ ห้องมันอบมากเลยอ่าาาา >< สุดท้ายย้ายห้องค่ะ อัพเป็นห้องแอร์ (เพิ่มเงินไป) โชคดีมากที่อัพได้ ไม่งั้นตายแน่ๆ >_<

บรรยากาศหน้าห้องพัก(แบบพัดลม)
Photobucket

น้องแมวเยอะจัง
Photobucket

เก็บของ อาบน้ำเสร็จ ก็พาหมีไปเล่นน้ำ >o<
จริงๆแล้วหมีอยากเล่นน้ำก่อนอาบ แต่เราไม่ไหวแล้ว ขออาบน้ำแล้วไม่เล่นน้ำล่ะนะ
ไว้เล่นพรุ่งนี้เตอะ T^T เหนื่อยมวากกกก

แอบถ่ายตอนรอหมีเล่นน้ำ
Photobucket

เล่นสักพักก็ขึ้นมาอาบน้ำ กินข้าวเย็น แล้วไปเดินเล่นกันที่ชายหาด
บรรยากาศดีมากมาย แม้จะเป็นหาดที่มีบาร์เยอะ แต่ก็รู้สึกโอเึคนะ เพราะในตัวรีสอร์ตมันเงียบ เสียงดนตรีไม่ได้ดังลอดเข้าไปให้รำคาญอะไร

เสียแต่เพลงที่เ่ล่นวันคืนสิ้นปีนี่ ออกจะเรกเก้ไปนิด ไม่ชิวเลย ^^

ดึกแย้ว
Photobucket

Photobucket

จุ๊บ
Photobucket

ขุดหลุม จุดไฟ
Photobucket

เขานิยมเล่นโคมลอยกัน
Photobucket
ทั้งฝรั่ง ทั้งคนไทย อันนึงก็ 100 upกว่าบาท
ลอยเต็มพื้นฟ้าไปหมด สวยดีค่ะ

Photobucket

ควงกระบองไฟ มีให้เห็นประปราย
Photobucket

ดึกๆตอนจะข้่ามปี ก็มีจุดพลุ ดังเต็มพื้นฟ้าเลย
Photobucket

ลมแรงมาก พลุปลิว
Photobucket

ที่หลีเป๊ะ ไม่มี Count down ง่ะ (หรือเราไม่ได้ยิน)
กว่าจะูรู้สึกตัว (ละความสนใจจากพลุสวยๆ) ก็ข้ามปีไปแล้ว
ไม่มี 3 … 2 … 1 เหมือนปกติ

หมดไปอีกวัน บนเกาะหลีเป๊ะ
เดี๋ยวจะมาอัพต่อค่า

หลงสเน่ห์หลีเป๊ะซะแล้ว เกริ่นนำ *-*

January 8th, 2010 - 
Tags:

เรื่องมันเริ่มต้นที่ว่า เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2552

เพื่อนสาวทักมาใน msn ว่า

“แกๆ ไปเที่ยวกัน”

ไอ้เราก็ถาม “ไปดิๆ ไปไหนล่ะ” ด้วยนึกว่าแค่แบบไปกินข้าว ดูหนัง ไรเงี้ย

แต่มันตอบมาว่า “ไปหลีเป๊ะ”

หลีเป๊ะ … ชื่อนี้ไม่เคยอยู่ในความคิดเลย

เพราะมันไกล …

จริงๆก็อยากไป แต่ตอนนั้นยังไม่อยู่้ในความคิดที่จะต้องไปเร็วๆนี้เท่าไหร่

แต่เมื่อเพื่อนชวน ก็เลยลองเอามาคิดดู

พร้อมกับถาม ‘หมี’ ว่า ไปมะ หลีเป๊ะ

หมีเองก็สนใจ ก็เลยตอบตกลงว่า ‘ไป’

ก็เอาเงินไปจ่ายมัดจำก่อนคนละ 500 บาท

เิริ่มทริปมีอยู่ 7-8 คน

ไปๆมาๆก็เหลือ 5 คน

แล้วก็นานมากกก ที่ไม่ได้สนใจ

มากระวีกระวาดตอนต.ค.เรื่องจองตั๋ว

ทั้งตั๋วไป ตั๋วกลับ

หมีอยากไปเครื่อง เพราะเซฟเวลา

แต่ดูไปดูมา ไปรถทัวร์จะโอเคกว่านะ

เลยฝากเพื่อนซื้อตั๋วรถทัวร์ไปลงที่ละงูเลย

(ต่อไปท่าเรือไม่ไกลมาก

ถ้าไปเครื่อง เครื่องจะลงที่หาดใหญ่

ต้องต่อรถตู้ 2 ชม ได้)

ก็เลยไปรถทัวร์กัน ตอนแรกอยากได้แบบ 24 ที่นั่ง

อยากเอาสบายๆ

แต่ไปๆมาๆอีก รถ 24 ที่นั่งไม่ผ่านละงู

เลยต้องมานั่งรถ 2 ชั้น แบบธรรมดา เมื่อยตูดกันไป

แล้วก็กลับเครื่อง ด้วยสายการบิน AirAsia

ทริป 31 ธ.ค.52  – 3 ม.ค. 53

วันที่ 30 ธันวาคม 2552

นัดหมีให้มาหาที่ืทำงาน เพราะนั่งจากลาดพร้าวน่าจะสะดวกกว่านั่งจากพระขโนง

เวลา 15.30 น.

เพราะรถออก 18.30 น.

เผื่อรถติดด้วย

เรียก taxi นั่งไป ถึงขนส่งสายใต้ใหม่ แถวตลิ่งชันประมาณ 17.00 น.

รถเริ่มติดแล้วล่ะ 5 โมงเย็นเนี่ย

ไปถึงก็ไปหาพวกเพื่อนสาว ที่ KFC นั่งรอรถออก

แต่รอได้สักพัก พนักงาน KFC ก็มาเชิญออก

เพราะกินกันเสร็จแล้วมั้ง -*-

เขามาบอกว่า “ขอโทษนะคะ พอดีมีลูกค้า 5 ที่นั่งต้องการโต๊ะ”

อืม พอดีโต๊ะที่เรานั่งมัน 4 ที่อะ อีกที่นี่เบียดเอาสุดๆ

แต่ก็ไม่ได้อะไร ก็ไป .. ไปเข้าห้องน้ำ แล้วไปรอที่รถเลย

ไปถึงรถ เอากระเป๋าเก็บ

นั่งรอรถออก รถออกเลทนิดนึง

พนักงานดุได้ใจ -*- มีการเปลี่ยนที่ทำโทษผู้โดยสารที่มาช้า(ไม่เกิน 10 นาที)ด้วยนะ

โดยให้ไปนั่งหลังสุดอ่ะ -*- (ทำได้ด้วยเรอะ?)

รถออกทุ่มกว่าได้

ระหว่างทางมีเรื่องให้หงุดหงิด (นอกจากเรื่องเมื่อยขา)

รถมันจอดบ่อยมากกกกกกกกกก ><

จอดรับของจากสถานีขนส่งสาขาต่างๆง่ะ

กว่าจะถึงชุมพร ที่เขาให้แวะทานข้าว(ต้ม) ก็เลยเที่ยงคืนกว่าโน้น

ข้าวต้ม กับ กับแบบแห้งๆทั่วไป

เกี่ยมฉ่าย ผัดผัก อะไรทำนองนี้

กินเสร็จเข้าห้องน้ำ ก็ขึ้นรถ นั่งหลับยาว ไม่จอดกว่าจะถึงโน่น ><

เมื่อยมากค่ะ มากอย่างมากที่สุด

นับถือหมีเลยที่หลับได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

คือเราอะ ตื่นๆหลับๆ จนตี 5 ได้มั้งที่ไม่หลับอีกเลย

มันเมื่อยสุดๆอะ … ยืดขาก็แล้ว หดขาก็แล้ว พาดขาไปคนข้างๆก็แล้ว

โฮ่ยๆๆๆ

เลยได้ความรู้มาว่า

อย่านั่งแถวๆทางขึ้นลงบันไดเด็ดขาด

เพราะมันแคบกว่าที่อื่นอ่ะค่ะ

ประมาณ ตี 4 – 5 จนเช้า

ก็มีคนแวะลงบ่อยๆ (นอกจากแวะรับของรายทางแล้ว)

ที่นั่งก็แถวๆประตูทางขึ้นลง

ก็มีคนเดินขึ้นลงบ่อยมั่กๆ

ทรมานมากตอนที่ตื่นมา เห็น ประจวบ …

ตื่นมาอีกทีก็ ประจวบ ตื่นอีกรอบก็ประจวบ

มันจะยาวอะไรนักหนาฟะ T^T

แต่ตอนเช้าๆนี่ ตื่นมาเจอนครศรีธรรมราช

ก็แบบ ยังไม่ถึงอีก T^T

นครศรีธรรมราชไปพักใหญ่ๆ ก็ ตรัง พัทลุง แล้วก็สตูล (ซะที)

แวะลงที่ละงู

รอคนมารับ …ซึ่งก็คือคนจาก Jolly Travel

ทัวร์ที่ซื้อแพคแกจไว้นั่นเอง

* มีต่อ blog หน้า *

เบอร์ห้า บ่าเห่อ กะของฝาก

December 18th, 2009 - 
Tags:
,

หมีไปญี่ปุ่น ก๊อเลยฝากซื้อของ

ฝากไป 2 ชิ้น เป็น คลีนซิ่ง ตัวนี้

DHC Mild Touch Cleansing Oil

DHC by you.

กะที่ดัดขนตา ชิเชโด้ (มะมีรูป)

อันนี้น้องสาวฝากซื้อไป อาหารเสริม DHC

DHCvita by you.

DHC Plantinum Nano
เขาว่า สร้างผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์จากภายในสู่ภายนอกและช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

DHC Hyaluronsan
เขาว่าทำให้ผิวพรรณหน้าเนียนสวย เหมือนเด็ก (จริงอะเปล่านะ?)

มาสคาร่า ที่เพื่อน(สาว)ของคุณชายบอกว่าดี เขาก็เลยซื้อมาฝาก

mascara by you.

ร่ม น่าร๊ากๆ มีบอกอีกแหนะว่าหน้าเหมือนเลยซื้อมาฝาก -*-

um by you.

กลายเป็นกระต่ายน้อยของหมีไปซะแล้ว -__-”

อันนี้ถูกใจมากๆเลย ของฝากจาก Ghibli museum ค่ะ

Ponyo >_< น่ารักมากกกกมากกกก

ponyo by you.

โตโตโร่ ด้วย กรี๊ดดดดด

totoro by you.

หมีบอกว่า “ห้ามลืมกุญแจแล้วนะ”
จะพยายามนะคะ เหอๆๆ

อันนี้เทสเตอร์ hair serum สักอย่างอะค่ะ

tester by you.

ขนมนิดหน่อย ถุงร้อน แล้วก็ผ้าเช็ดหน้า

kanom2 by you.

>_<

แฟนใครเนี่ย น่ารักชะมัด ฮ่าๆๆ

Sims 2 อีกและ อิอิ

December 14th, 2009 - 

My Space

Lot : 2×2
Studio type

สร้างสนอง need ตัวเอง
หวานแหววๆ

ไม่ค่อยสร้างเพื่อเล่นเท่าไหร่หรอกค่ะ
สร้างไปร่วมสนุกกับเวบ sims ที่สิงอยู่มากกว่า













แถมเจ้าของบ้านนิดนึง :>


เหมือนจะว่างเนอะ แต่จริงๆนั่งทำแก้เบื่อแป๊บเดียวเอง
แล้วก็มานั่งทำงานต่อ

แต่งานไม่กระเตื้องสักที เฮ้อ -_-’

แบบว่า …

December 12th, 2009 - 

อาจจะเปลี่ยน Theme บ่อยหน่อยนะคะช่วงนี้ อะไรๆมันยังไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ แหะแหะ

ลองของใหม่ ที่ CTW : Tamaruya เนื้อย่าง

December 12th, 2009 - 
Tags:
, ,

ได้ไปลองของใหม่ที่ CTW กันรึยังคะ? ถ้ายัง ลองมาชมรีวิวนี้กันก่อนมั้ย :)

พอดีเมื่อวันศุกร์ี่ก่อนวันพ่อ ไปเที่ยวชมวังสระปทุมมาค่า เลยเรื่อยไปแวะ CTW ต่อ
หาของหม่ำๆกัน สมาชิกที่ไปบอกว่า มีร้านเปิดใหม่น่าลอง เลยเลยตามเลยค่า :)

ที่ฝั่งอิเซตัน ชั้น 5 ข้าง Kinokuniya ค่า

Tamaruya (ชื่อผิดไหมเนี่ย?) ที่ได้ไปโฉบมา
แม้ว่าตัวเองจะไม่ทานเนื้อ แต่สมาชิกท่านอื่นทานกัน
แล้วเราก็ชอบอะไรปิ้งๆย่างๆอยู่เหมือนกัน

บรรยากาศในร้าน เรียบหรู ราคาก็ไม่เบา
บริการวันแรกยังตะกุกตะกักมากมาย กินไปได้สักพักก็บ๊ายบายไปร้านอื่นดีกว่า

แต่เขาก็ตั้งใจกันนะ ไม่ได้บริการไม่ดี แต่เพราะยังไม่เข้าที่เข้าทางล่ะมั้งคะ

Tamaruya-Honten1

เครื่องดื่มมาก่อน ชาเขียวไม่รีฟิวนะคะ รู้สึกจะรีฟิวเฉพาะชาจีน

Tamaruya-Honten

สั่งๆๆๆ สั่งเนื้อไป จำไม่ได้ว่าเนื้อไร แบบไหนบ้าง
เพราะไม่เชี่ยวชาญเรื่องเนื้อๆค่า (ไม่ทานนั่นเอง)
อันนี้คนอื่นเค้าสั่ง

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

Seafood ราคาประมาณเกือบ 300 ได้ อะเอร่อออ

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

สลัดผัก … ไม่ค่อยประทับใจนะคะ

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

ซุปสาหร่าย จืดๆ

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

อันนี้เครื่องปรุงค่า … น้ำจิ้มอร่อยดีนะคะ

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

วาซาบิแบบขูด ต้องขอเค้าเอา

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

รวมหมู่ปิ้งย่าง

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

ชมวังสระปทุม ก่อนไปกินที่ CTW by you.

จริงๆมันยังมีเนื้ออีก ตับไส้อะไรอีก แต่มันมาทีหลังมากๆ
หมดอารมณ์ถ่าย อยากไปทานร้านอื่นแร้ว

เนื่องด้วยคุยกันขำๆค่ะว่าลองร้านละจานดีมั้ย ฮ่าๆ
สุดท้ายก็ได้ลองอีกร้าน (รวมเป็นสองร้าน) กัน เพราะร้านนี้ค่อนข้างช้ามากถึงมากเลย
พนักงานยังใหม่ ร้านยังใหม่ ก็ให้อภัยกันไ้ด้นะ ไว้ลองใหม่คราวหน้าละกันค่า

ไปกินกันสี่คน หมดไปรวมๆพันกว่าบาท >_<

แต่ว่า … ราคาไม่โอเคสำหรับคนเบี้ยน้อย หอยน้อย
อย่างเรา เพราะง้านคงไม่ได้ไปลองอีกแน่แท้
emoticon_013_cactus

ไว้คราวหน้าจะมารีวิวอีก 2 ร้านนะคะ ^^

Diva-House บ้านซิมส์

December 11th, 2009 - 
Tags:

เบื่อๆ คิดงานไม่ออกก็เลยนั่งเล่น sims emoticon_006_cactus

แบบว่าชอบเล่นซิมส์น่ะค่ะ มีบอร์ดประจำที่เล่นอยู่ด้วย http://www.simsworld.info
(ต้องสมัครสมาชิก + เก็บพอยต์นะ ถึงจะเข้าไปหาของดาวโหลดได้)

เล่นเวบนี้มานานเหมือนกัน สองปีได้แล้วมั้ง
มีน้องๆ เพื่อนๆ ในเวบเต็มไปหมด

(อายุน้อยๆทั้งนั้น เรานี่เป็นป้าไปเลย แต่ละคนก็เก่งๆ แบบว่าถึงแม้จะเป็นเกมส์
แต่กว่าจะเก่งได้มันก็ต้องใช้ skill สูงอยู่นะ)

log in ที่ใช้ในเวบนั้นก็ Lady_Sweet
เพราะตอนแรกไม่อยากใช้ชื่อจริงๆสมัครเท่าไห่ร่
(มันแอบต๊องอะ แก่แล้วยังเล่นอีก)

แต่พอเล่นๆไป คนแก่กว่าเราก็ยังมีนะ :D

มีสร้างๆไว้หลายหลัง
แต่อันนี้หลังล่าสุด สร้างแก้เหงาตอนหมีไปญี่ปุ่น

ไม่สวยหรอก ขำๆไปน่ะ

ที่ชื่อ Diva เพราะเป็นบ้านหญิงสาว มันไม่เกี่ยวกับคำแปลคำนี้หรอก
แค่อยากได้ชื่อนี้เท่านั้นเอง 5555

เป็นบ้านหญิงสาวที่ค่อนข้างอยากนำเอาเฟอร์นิเจอร์เก่ามาใช้
Mix & Match ระหว่างโมเดิร์น กับ เฟอร์นิเจอร์เก่าๆหน่อย

สไตล์ดิบ เปลือย แอบหรูหราในบางมุม โรแมนติกนิดๆ















สร้างๆไปแล้วอิจฉาซิมส์

emoticon_013_cactus

อยากได้บ้านแบบนี้นี่นา

ไปชมวังสระปทุมมา

December 9th, 2009 - 

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ไปเที่ยววังมาค่ะ วังสระปทุม ที่จะเปิดให้เข้าชมทุกวันที่ ๑๙ ตุลาคม – ๑๙ ธันวาคม ของทุกปี (ข้อมูลเพิ่มเติม >> พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า <<) ที่โชคดีได้ไปชมเพราะพี่ในพันทิปคนนึงถามใน twitter ว่ามีใึครสนใจจะไปบ้าง เราก็ไม่เคยไป ไม่ค่อยรู้เรื่อง และชอบไปชมพวกบ้านไทยเก่าๆอยู่แล้วก็เลยสนใจไปชมด้วย งานนี้มีผู้ร่วมทริป 4 ท่าน อันได้แก่ พี่วน. พี่หมี พี่จจ. และตัวเราเอง

003-20091204-180503
แผ่นพับที่เขาแจก จริงๆมีสายห้อยคอด้วย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา

ข้อมูลของวังคร่าวๆ (ถ้าอยากรู้เต็มๆก็ไปชมในเวบไซต์ official เลยนะคะ http://www.queensavang.org ) ก็เป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และพอต่อมา ก็กลายเป็นวังของสมเด็จย่าไป หลังจากสมเด็จย่าสวรรคต ในหลวงก็ประทานให้พระเทพฯ พระเทพฯจึงสานต่อพระราชประสงค์ของในหลวงทีทรงอยากให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้เป็นความรู้แก่ประชาชนไว้ศึกษาอะไรทำนองนี้ (คำราชาศัพท์แหม่งๆไปก็อย่าถือโทษนะคะ แหะแหะ)

พระตำหนักใหญ่ที่ได้เข้าชมมี 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน ถูกrenovated แล้ว ทาสีเหลืองสดใส หลังใหญ่กลางต้นไม้และสนามหญ้าสีเขียว

1_16
(รูปจาก Google ค่ะ)

ข้อมูลคร่าวๆก็เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพันวัสสาฯ (ขอย่อหน่อยละกันนะคะ *-*) ที่ประทับอยู่จวบจนสวรรคต แล้วที่พระตำหนักนี้ยังเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของในหลวงและพระราชินีด้วย ตอนนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บเรื่องราวต่างๆไว้มากมายในชั้นล่าง และชั้นบนก็มีการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์ และพยายามตกแต่งให้คล้ายเดิมที่พระพันวัสสาฯเคยประทับอยู่ให้มากที่สุด การไปชมครั้งนี้ทำให้เราได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยมากขึ้นเยอะเลย รวมทั้งเรื่องราวพระราชวงศ์ด้วย

การที่จะเข้าไปชมได้เนี่ย ต้องโทรนัดก่อนนะคะ ซึ่งพี่วน.เป็นคนจัดการ เราก็แค่ไปวันเที่ยวเท่านั้น ^^”

4 ธ.ค. ก็นัดกันที่พารากอน (ไปช้าสุดเลย *-*) แล้วก็เดินออกมาทางด้านข้าง เพื่อเข้าประตูวังสระปทุม ซึ่งเขาจะห้ามถ่ายรูปนะคะ แล้วก็ไปทำบัตรเข้าชม ถ่ายรูปอะไรๆเสร็จก็นั่งรอตรง Cafe แป๊บนุง ทางจนท.ก็เอาบัตรมาให้แขวน มีไกด์เป็นน้องนศ.มานำพวกเราไปที่ห้องชมวีดีทัศน์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวังนี้นี่แหละ และดูของในห้องจัดแสดงนิดหน่อย ก่อนที่เขาจะพาเราไปที่พระตำหนักใหญ่

004-20091204-180526ส่วน cafe ที่นั่งรอ มีขนมขายด้วยนะ

ซึ่งการเข้าชมเนี่ย ห้ามถ่ายรูป ส่วนกระเป๋าข้าวของ กระเป๋าสะพาย มือถือ กล้องดิจิตอล/ถ่ายรูป (ยกเว้นกระเป๋าสตางค์) เขาก็เก็บใส่ถุง รับบัตรคิว เอาไว้ แจกจ่ายหูฟัง แบบที่ว่าถึงจุดที่ 1 ก็กดหมายเลข 1 ฟังอะไรทำนองนี้ ฟังไป 10 กว่าจุดได้ทีเดียว ข้อมูลแน่นปึกเลยตอนเดินออกมา *-*

ที่ด้านบนมีทีวีฉายเรื่องราวพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของในหลวงและพระราชินีด้วยนะคะ ยืนดูอยู่นานทีเดียว เป็นอะไรที่ไม่เคยเห็น

ที่ประทับใจอีกอย่างนึงก็คือ ได้อ่านจดหมายที่พระบิดาของในหลวงเขียนเพื่อขอแต่งงาน จดหมายส่งถึงพระพันวัสสาฯ(ที่เป็นย่าของในหลวง) เพื่อที่จะแต่งงานกับสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯด้วย อ่านแล้วยิ้มกริ่ม รู้สึกคนสมัยนั้นทำอะไรดูละเมียดละไมน่ารักจัง :)

พอชมวังเสร็จ เราก็ไปชม CTW ต่อ 555 ไว้เดี๋ยว Review :)

นินทาคนดูบอล

December 5th, 2009 - 

ขำๆ อย่าคิดมาก 555

ball-match